Thailand Halal Assembly 2024

“Thailand Halal Assembly 2024” โชว์ศักยภาพฮาลาลไทยในยุคเทคโนโลยีดิจิตอล หวังสร้างโอกาสที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมฮาลาลไทย

เมื่อโลกก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิตอล ทิศทางฮาลาลจะเป็นอย่างไร พร้อมค้นพบโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจและ เทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคตได้ กับงานฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย “ #ThallandHalalAssembly2024 ” ภายใต้แนวคิด “Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 AIs” หรือ “ความไว้วางใจด้านฮาลาล ผ่านเทคโนโลยี ดิจิทัลสองเอไอ” หวังสร้างโอกาสที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมฮาลาลไทย อีกทั้งช่วยให้ประเทศ ไทยได้ขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในเศรษฐกิจฮาลาลโลก โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 20 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอัลมีรอช กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน

รศ.ดร.วินัย ตะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธาน จัดงาน Thailand Halal Assembly 2024 กล่าวว่า # ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ( #ศวฮ.) เป็น เจ้าภาพหลักในการจัดงาน “Thailand Halal Assembly 2024 ( #THA2024 )” การประชุมวิชาการด้าน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมฮาลาลนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ใหม่และนวัตกรรมใหม่ๆ ในโลกฮาลาล ให้กับมุสลิมด้วยกันเอง และผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมที่มีความสนใจใน อุตสาหกรรมสาลาล โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Toward Halal Trust Through Digital Technology 2 AIs” หรือ “ความไว้วางใจด้านฮาลาลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสองเอไอ” ซึ่งปฏิเสรไม่ได้ว่าปัจจุบันโลกของเราก้าวสู่การ เป็นโลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ #2AIs ที่ต้องการนำเสนอในงานครั้งนี้ได้แก่ เลโอที่ หนึ่ง คือ Actual Implementation ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานผ่านการอัพสกิล ฝึกปฏิบัติด้วยหนึ่งสมองสองมือในการ ทำงาน เช่น งานการมาตรฐานฮาลาล, การวางระบบ HAL-Q. งานห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ฮาลาล, งานพัฒนา นวัตกรรม, งานพัฒนาฐานข้อมูล H numbers, การตัดสินทางศาสนา (ฟุตวา) เพื่อให้มนุษย์หรือคนยังคงสภาพผู้นำ โดยมีเครื่องจักรและเอไอเป็นผู้ตาม และเอไอที่สอง คือ Artificial Intelligence โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อบริหาร จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต และช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ฮาลาล”

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆ อาทิ งาน IHSATEC (International Halal Science and Technology Conference) ครั้งที่ 11 และงาน HASIB (Halal Science, Industry and Business) งานประชุมวิชาการ ฮาลาลนานาชาติ ครั้งที่ 17 โดยมีหัวข้อการประชุมหลัก คือ “2 AIs for Thailand’s Halal Trust & Confidence” และหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ สาสาลกับสุขภาพและความงาม, ฮาลาลกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ นวัตกรรม และ Halal Route Workshop ซึ่งทั้งสองงานประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในการจัดการประชุมระดับ นานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และธุรกิจฮาลาล โดยมีผู้เข้าร่วมจากมากกว่า 40 ประเทศ บทความวิชาการที่นำเสนอในการประชุม จะได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการนานาชาติ JHASIB หรือ Journal of Halal Science, Industry and Business ซึ่งจะเผยแพร่ปีละสองฉบับ เพื่อส่งเสริม งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์สา ลาลในระดับสากล

รวมถึง โซน SMEs ฮาลาล การจัดแสดงศักยภาพผู้ประกอบการในการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่ร่วม พัฒนาโดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีพัฒนาการทั้งกระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ และ การตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการที่นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในกิจกรรมนี้ ซึ่งได้รับการคัดเลือก จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีความพร้อมและมีศักยภาพที่จะได้รับรางวัลนวัตกรรม SMEs ฮาลาล รวม 18 สถานประกอบการ จากผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร เช่น Suwirun Tea Shop Thailand Premium Organic Tea, Madi Kombucha, Vanapan Vegan Nail Care และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย และที่ห้ามพลาดกับ นิทรรศการ “Halal Trust Through Digital Technology 2AIs” ที่ผสานการนำไปปฏิบัติจริงกับปัญญาประดิษฐ์ (Al) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าและอุตสาหกรรมฮาลาลในประเทศไทย เกิดความน่าเชื่อถือและเสริมสถานะ บนเวทีโลก ซึ่งการประชุมในครั้งนี้คาดว่าจะมี ประโยชน์ อย่างยิ่งต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรม และธุรกิจ ฮาลาล ช่วยให้ประเทศไทยขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในเศรษฐกิจฮาลาลจากมูลค่าปัจจุบัน 6.1 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐ โดยไม่รวมการท่องเที่ยวฮาลาล ยา และโลจิสติกส์ ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในขณะนี้

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลและนวัตกรรมฮาลาล ค้นพบโอกาสใหม่ๆ ทาง ธุรกิจและเทคโนโลยีฮาลาลที่ตอบโจทย์อนาคต รวมถึงติดตามข่าวสารต่างๆ ของงานเพิ่มเติมได้ที่ www.Thailandhalalassembly.com
Facebook: Thailand Halal Assembly
โทร. 02-218-0618 

เริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขกับพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสประจำปี 


ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2567 – โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ได้จัดพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสประจำปี ฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง โดยมีแขกผู้มีเกียรติ ได้แก่ ฯพณฯ นายแพทริก เบิร์น เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศไทย  พร้อมด้วยภริยา นางโซนาลี เบิร์น ฯพณฯ นางฮูดา อะลี ชะรีฟ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐมัลดีฟส์ระเทศไทย และนางทัตสึโกะ วิเบิร์ก ให้เกียรติร่วมกันเปิดไฟต้นคริสต์มาส ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มบริษัทออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ได้แก่ คุณฮาโรลด์ เอ็นริเก โอลายา เลออน รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คุณวุฒิเวช เวชชบุษกร รองประธานอาวุโสและหัวหน้ากลุ่มการเงิน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คุณพรทิพย์ เป้าทอง รองประธานกรรมการแผนกการตลาด ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คุณสุขมาล มอนเดล ผู้จัดการทั่วไปประจำพื้นที่กรุงเทพฯ และคุณยูวิน เทย์เลอร์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ได้ร่วมกันเฉลิมฉลองการเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ณ บริเวณล็อบบี้สุดหรูของโรงแรม

ในปีนี้ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ ยังเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อีกสองด้าน ได้แก่ การได้รับรางวัล Michelin Key อันทรงเกียรติ ซึ่งยกย่องให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับประสบการณ์การเข้าพักสุดพิเศษ และการเข้าร่วมเป็นสมาชิก Small Luxury Hotels of the World (SLH) ซึ่งเป็นการก้าวสู่อีกขั้นสู่การเป็นโรงแรมระดับลักชัวรี่

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีมุม CSR ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน อาทิ กระเป๋าหนังรีไซเคิลรักษ์โลก แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิรักษ์โลก และตุ๊กตาหมี โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เพื่อสนับสนุนโครงการด้านความยั่งยืนและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ประการขององค์การสหประชาชาติ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองห้องพักได้ที่ โรงแรมโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ กรุงเทพฯ โทร: +66 (0)2 125 9080

อีเมล: reservations.oriental@oriental-residence.com
เว็บไซต์: https://www.oriental-residence.com/bangkok

กระทรวงดีอี – ดีป้า ชู ‘สีคิ้วสมาร์ทลีฟวิ่ง’ ต้นแบบการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม

กระทรวงดีอี – ดีป้า ชูผลการการดำเนินโครงการสีคิ้วสมาร์ทลีฟวิ่ง (SIKHIO SMART LIVING) พลิกโฉมเมืองสีคิ้วสู่เมืองอัจฉริยะเต็มรูปแบบ ยกระดับด้านความปลอดภัย ด้านบริการภาครัฐ และด้านการบริหารจัดการข้อมูลเมือง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการเมืองในภาคประชาชน สังคมและท้องถิ่น

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เผยว่า การดำเนินโครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การบริหารจัดการเมือง ภาคประชาชน สังคม และท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว (SIKHIO SMART LIVING) ที่ดำเนินการโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) โดย ดีป้า มุ่งเน้นการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเมืองเป็นหลัก โดย ดีป้า ทำหน้าที่เหมือนเป็นพี่เลี้ยง เชื่อมโยงให้เมืองเข้าถึงโซลูชันเพื่อการพัฒนาเมือง ได้เลือกลองเลือกใช้จนเกิดเป็นความเข้าใจ และนำมาบูรณาการเข้ากับการบริหารจัดการเมืองให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเมืองได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาเมืองครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านบริการภาครัฐ และด้านการบริหารจัดการข้อมูลเมือง (City Data Platform: CDP) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้น

ด้านความปลอดภัย ได้ดำเนินการยกระดับซอฟต์แวร์ของกล้อง CCTV ทั้งหมดในอำเภอสีคิ้ว จำนวน 52 ตัว เพื่อยกระดับเมืองให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยนำ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการตรวจจับรถและบุคคล เช่น สี ยี่ห้อรถ ประเภทของรถ เพศ ช่วงอายุ สีของเสื้อผ้าที่สวมใส่ เป็นต้น กรณีเกิดเหตุ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจจับคนร้ายได้อย่างทันท่วงที และการพัฒนาภายใต้โครงการนี้ยังได้มีการนำ LINE OA มาติดตั้งและประสานรับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียน โดยตลอดการดำเนินโครงการกว่า 180 วัน หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถรับแจ้งเหตุมากกว่า 700 เคส โดยเหตุที่ได้รับแจ้งมากที่สุดคือ ไฟฟ้าสาธารณะดับ ซึ่งระบบดังกล่าวนอกจากประชาชนได้รับการแก้ปัญหาที่เร็วขึ้นแล้ว ผู้มีส่วนในการบริหารเมืองสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผน และแก้ปัญหาในระยะยาวต่อไป

ด้านบริการภาครัฐ ทำการออกแบบระบบงาน (Software Design Document) ให้สามารถเชื่อมโยงการรับและส่งข้อมูลของเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ เช่น จำนวนกล้อง CCTV ถังดับเพลิง และเสาไฟส่องสว่าง ทำให้ติดตามสถานะของปัญหาและจัดการปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ด้านการบริหารจัดการข้อมูลเมือง โดยการสร้างแดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อรวบรวมและบริการจัดการปัญหาของเมือง เช่น ปัญหาไฟฟ้า ทางเท้าชำรุด ขยะสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งช่วยให้ทำให้สามารถจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาตามความเร่งด่วนและความถี่ที่เกิดขึ้นได้ นอกกจากนี้ยังมีแดชบอร์ดเกี่ยวกับข้อมูลทางด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ข้อมูลความสูงพุ่มไม้ ข้อมูลด้านสัตว์เลี้ยง ทำให้ง่ายต่อจัดซื้อวัคซีนสัตว์เลี้ยงเพื่อให้บริการกับประชาชน รวมไปถึงข้อมูลด้านสวัสดิการของประชาชน ในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสามารถทราบถึงตำแหน่งที่ตั้ง และจัดส่งทีมช่วยเหลือหรือให้บริการทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสมและทันเวลา

ทั้งนี้ โครงการสีคิ้วสมาร์ทลีฟวิ่ง (SIKHIO SMART LIVING) ถือเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการดำเนินงานด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะประเทศไทยที่มุ่งเน้นความสำเร็จที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของเมืองเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำเมืองที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง การกำหนดนโยบายขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการ รวมถึงบริบทของเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างตรงจุดและยั่งยืน

AmazingThailand  สุขทันที…… ที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน Maehongson

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. จังหวัดแม่ฮ่องสอน ช่วงนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน กำลังหนาวเย็นโดยเฉพาะบริเวณบนดอยที่สูง ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวรับลมหนาว พร้อมชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกดิน 

ว่าที่ร้อยตรี ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยเฉพาะที่อำเภอปาย มีแหล่งชมทะเลหมอกพระอาทิตย์ขึ้น ได้แก่ จุดชมวิว
หยุนไหล บ้านสันติชล ซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนยูนาน ที่มีชื่อเสียง ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นชมทะเลหมอก วันละหลายพันคน และพื้นที่อำเภอปาย มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยเต็ม 100% โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ 

ชวนเที่ยวเทศกาลทุ่งดอกบัวตอง ทุ่งดอกไม้สีทอง เหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง และขับรถยนต์ท่องเที่ยว ทั้ง 7 อำเภอ พิชิต 4,088 โค้ง จากเส้นทางหลวง1095 และ เส้นทางหลวง108 ซึ่งแต่ละอำเภอ มีคาแร็คเตอร์ที่แตกต่างกัน ช่วงฤดูหนาวปี 2567 นี้ ด้านการรักษาความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว ยังเป็นหน้าที่หลักของทางวนอุทยาน ร่วมกับ อบต.แม่อูคอ ฝ่ายปกครองอำเภอขุนยวม เจ้าหน้าที่ศูนย์นเรนทร รพ.ขุนยวม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนยวม ให้การรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและดูแลรักษาพยาบาลให้กับนักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วยขณะเดินทางขึ้นมาท่องเที่ยวที่ทุ่งบัวตอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ว่าจะสามารถท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย  

ช่วงนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน กำลังหนาวเย็นโดยเฉพาะบริเวณบนดอยที่สูง  ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวรับลมหนาว พร้อมชมทะเลหมอก และพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกดิน โดยเฉพาะที่อำเภอปาย มีแหล่งชมทะเลหมอกพระอาทิตย์ขึ้น ได้แก่ จุดชมวิวหยุนไหล บ้านสันติชล ซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนยูนนาน ที่มีชื่อเสียง ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นชมทะเลหมอกวันละหลายพันคน  และพื้นที่อำเภอปายมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยเต็ม 100% โดยเฉพาะช่วงวันศุกร์เสารอาทิตย์ และบรรยากาศถนนคนเดินปายในเดือน พย. มีนักท่องเที่ยวคึกคัดมากกว่าปกติ 

#สุขทันทีที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน #ททท
#สุขทันทีที่เที่ยวแม่ฮ่องสอน
#AmazingThailand 

ทีทอล์ค อ่านใจคนฟัง101 วิธีการเข้าใจคนให้คล่องก่อนการสื่อสาร

ดร.พงศ์พิพัฒน์ พงษ์ตน ประธานฝ่ายวิชาการ สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการบรรยายพิเศษ [ทีทอล์ค] ในหัวข้อ “อ่านใจคนฟัง 101 วิธีการเข้าใจคนให้คล่องก่อนการสื่อสาร”

โดย ดร.ธีร์ธวัช เจนวัชรรักษ์ ผู้ก่อตั้ง PRACT (Presentation Academy Thailand) สถาบันสอนทักษะการสื่อสาร การพูดในที่สาธารณะ และการนำเสนอ อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเร็วๆนี้ ที่สมาคม โดยมี ฐิติภูมิ จามิกรานนท์, กมลวัน บุณยัษฐิติ, ดร.ลาวัณย์ฉวี สุจริตตานนท์, ณัฐพัชร รัตนกนกวัฒน์, จันทิมา-ภาวิณี นะวิโรจน์, เอิร์ธ สายสว่าง และดร.จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา เข้าร่วม

พาณิชย์สืบสาน เทศกาลลอยกระทง 2567 ณ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

“กระทรวงพาณิชย์” สืบสานเทศกาลลอยกระทง จับมือ “ตลาดต้องชม” ตลาดในความส่งเสริมของการค้าภายใน ทั่วประเทศกว่า 60 แห่ง เปิดรับประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมสืบสานประเพณีไทย เข้ามาลอยกระทง และชม ชอปสินค้า ร่วมแชะ แชร์ รับคูปองช่วยชอป ในตลาดต้องชมทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดกิจกรรม “พาณิชย์สืบสานเทศกาลลอยกระทง” ณ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมสืบสานเทศกาลลอยกระทง ช็อป เที่ยวตลาดต้องชม เพื่อช่วยอุดหนุนสินค้าของชุมชนในตลาด เพื่อสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ชุมชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมสืบสานเทศกาลลอยกระทง ช็อป เที่ยวตลาดต้องชม สืบสาน เทศกาลลอยกระทง ณ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เพื่อช่วยอุดหนุนสินค้าของชุมชนในตลาด เพื่อสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ชุมชน ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากต่อไป

สายกินต้องมา สายอาร์ตห้ามพลาด!แกร็บฟู้ดชวนปิกนิก ชิมของอร่อย ชมงานอาร์ตสุดคิ้วท์

GrabThumbsUp x NEWYEAR presents Quality Food Quality Time in the Park

14 พฤศจิกายน 2567 – แกร็บฟู้ด ผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรียอดนิยม ชวนสายกินสายอาร์ตสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับบรรยากาศปิกนิกในสวนใจกลางกรุงฯ ที่งาน #GrabThumbsUp x NEWYEAR presents Quality Food Quality Time in the Park โดยจับศิลปินป๊อปอาร์ตดาวรุ่ง NEWYEAR เจ้าของคาแรคเตอร์ดัชชุนสุดคิวท์อย่างน้อง “Wednesday” มาเจอกับ 5 ร้านดังสุดฮิป
ที่การันตีความอร่อยโดย #GrabThumbsUp ไม่ว่าจะเป็น SOURI, เผ็ด เผ็ด, ROOTS, โอ้กะจู๋ และ Shake Shack สร้างปรากฏการณ์เชื่อมความอร่อยเข้ากับงานอาร์ต งานเดียวที่ทุกคนจะได้เอนจอยกับเมนูอร่อยสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทั้ง 5 ร้านที่เปิดตัวพร้อมกันในงานนี้เป็นที่แรก พร้อมอิ่มเอมไปกับ Art Installation และกิจกรรมสุดน่ารักที่จัดเต็มตลอด 4 วัน (14 – 17 พฤศจิกายน 2567) ณ ลาน Eden เซ็นทรัลเวิลด์

เพราะอาหารและงานศิลป์ถือเป็นสื่อกลางสากลที่เข้าถึงและเชื่อมโยงผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งยังสามารถส่งต่อประสบการณ์และสร้างช่วงเวลาดี ๆ ให้กับทุกคนได้ แกร็บฟู้ด ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรียอดนิยมที่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอประสบการณ์ความอร่อยอย่างมีคุณภาพผ่านแฟลกชิพแบรนด์อย่าง #GrabThumbsUp จึงได้ต้อนรับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงปลายปีด้วยการจัดงาน #GrabThumbsUp x NEWYEAR presents Quality Food Quality Time in the Park เพื่อเชื่อมโลกแห่งความอร่อยเข้ากับโลกของงานศิลปะ โดยได้ร่วมมือกับศิลปินป๊อปอาร์ตดาวรุ่ง NEWYEAR นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร เจ้าของคาแรคเตอร์ดัชชุนสุดคิวท์อย่างน้อง “Wednesday” และ 5 ร้านดังที่การันตีความอร่อยโดย #GrabThumbsUp มาถ่ายทอดความอร่อยผ่านงานดีไซน์สุดคิวท์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเนรมิตลาน Eden กลางเซ็นทรัลเวิลด์ให้กลายเป็นสวนสวยที่เต็มไปด้วยคาแรคเตอร์สุดคิวท์ แถมยกความน่ารักไซส์ยักษ์น้อง GIANT WEDNESDAY มาให้ทุกคนชื่นชมด้วย

โดยศิลปิน NEWYEAR ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการร่วมงานกับแกร็บฟู้ดในครั้งนี้ว่า “ในฐานะศิลปิน รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับแกร็บฟู้ด มาสร้างความสดใส เติมความสนุกและเพิ่มประสบการณ์ด้านอาหารให้พิเศษยิ่งขึ้น ซึ่งการออกแบบคาแรคเตอร์ร่วมกับแกร็บฟู้ดในงานนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ตอนเด็ก ๆ เรามักจะสนุกกับการจัดจานอาหารให้เป็นรูปหน้าคน เอาแตงกวามาทำเป็นตา สาหร่ายเป็นคิ้ว และมะเขือเทศเป็นปาก ราวกับทำให้อาหารมีชีวิต การออกแบบนี้ล้วนสะท้อนความรู้สึกและจินตนาการในวัยเด็กที่เราเคยมี โดยเล่าเรื่องผ่านคาแรคเตอร์ของ Wednesday หมาดัชชุน Introvert รักการกิน ที่แอบหาช่วงเวลาแห่งความสุขคนเดียวเงียบ ๆ ในสวนที่อบอุ่นและได้มาเจอกับเพื่อน ๆ อีกมากมายที่พร้อมจะมาร่วมมีความสุขและสร้างเวลาดี ๆ ร่วมกันในงาน”

นอกจากจะได้อิ่มเอมกับการเสพย์งานศิลป์ในบรรยากาศปิกนิกกลางสวนแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ การเปิดตัวเมนูพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 5 ร้านเด็ดที่เป็นที่สุดในด้านต่าง ๆ รังสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อมการันตีคุณภาพความอร่อยโดย #GrabThumbsUp อันได้แก่
• SOURI ร้านมาการองสไตล์ Contemporary Patisserie ที่สุดของร้านของหวานยอดฮิตของ หนุ่มวิน เมธวิน ที่ได้ครีเอทเมนู Macaron Strawberry Rose มาการองรสสตรอเบอรี่หอมหวาน ละมุนด้วยกลิ่นกุหลาบ อร่อยเข้มข้นลงตัวคู่ครีมชีส
• เผ็ดเผ็ด (PhedPhed) ร้านอาหารอีสานสุดฮิปขวัญใจคนเมือง ที่สุดของร้านรสแซ่บกับเอกลักษณ์ในการใช้วัตถุดิบที่ผลิตขึ้นเองทุกอย่างที่ได้เตรียมเมนูพิเศษอย่าง ยำบะหมี่หน้าโรงเรียน ยำบะหมี่แบบง่าย ๆ แต่ใส่ใจดีเทล เพราะขอแบบไม่ใส่ต้นหอมผักชี มีแต่บะหมี่ หมูสับ ไส้กรอกและกะหล่ำลวก พร้อมออนท็อปด้วยไข่ดาวสุกๆ อร่อยแบบถูกใจ และอีกเมนูแซ่บนัวทานง่ายอย่าง ตำผลไม้สุด Love ที่รวบรวมผลไม้สามอย่างที่ร้านเผ็ดเผ็ดมักเลือกเป็นวัตถุดิบหลักอย่างมังคุดคัด สตรอเบอรี และมะม่วงสุก มาปรุงผสมน้ำยำรสชาติเข้มข้น อร่อยแซ่บเข้ากันสุด ๆ
• ROOTS ร้านกาแฟดังแห่งยุค ตัวจริงในเรื่องคุณภาพที่ให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดสรรเมล็ดกาแฟไทยอย่างพิถีพิถันจากเกษตรกรโดยตรง ได้คราฟต์เมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษอย่าง Fizzy Apple Cold Brew เพิ่มความสดชื่นให้รสสัมผัสเปรี้ยวหวานละมุนจากซีรัปองุ่นมัสแคตและน้ำแอปเปิ้ลสด ผสานเข้ากับกาแฟโคลด์บรูวอย่างลงตัว พร้อมเติมความสดชื่นซาบซ่าด้วยโซดา โปรยความสนุกออนท็อปด้วยซอสพริกเกลือด้านบนให้รสชาติตัดกันได้อย่างลงตัว หรือใครที่ไม่ดื่มกาแฟ ก็สามารถเลือกเป็น non-coffee ได้เช่นกัน
• โอ้กะจู๋ ร้านอาหารจากเชียงใหม่ที่ครองใจคนทั้งประเทศ ด้วยความเป็นที่สุดของการนำเสนอเมนูสุขภาพที่เสิร์ฟความอร่อยในทุกวัน โดยงานนี้โอ้กระจู๋ครีเอท 3 เมนูพิเศษให้ได้อร่อยฟิน ไม่ว่าจะเป็น ซี่โครงเลดี้สโมคบาร์บีคิวทรัฟเฟิลชีส แรปซี่โครงเนื้อร่อนจากกระดูกกับซอสทรัฟเฟิลชีสหอมละมุน เนื้อบาร์เวทดรายเอจด์สโมคบาร์บีคิวทรัฟเฟิลชีส แรปเนื้อชายท้องวัวดรายเอจด์รสเข้มข้นสุกกำลังดี มาพร้อมซอสสโมคบาร์บีคิวฉ่ำเข้าเนื้อหอมซอสทรัฟเฟิลชีส และสไปซี่ซาวเออร์นาโช่ปาร์ตี้ นาโช่กรอบสองสัญชาติที่ผสมผสานทั้งรสเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้านสไตล์ไทย
• Shake Shack ร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ที่สุดของเบอร์เกอร์คุณภาพระดับโลก โดดเด่นด้วยความเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่มีความสนุกสนาน ส่งเมนูพิเศษอย่าง Blackberry Lemonade เครื่องดื่มรีเฟรชชิ่งที่ทำจากวัตถุดิบสูตรพรีเมี่ยม ด้วยผลแบล็กเบอร์รี่สดมาปั่นคู่กับน้ำมะนาวสูตรพิเศษของ Shake Shack ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างลงตัวเติมรสชาติความสดชื่นกลางสวนปิกนิกให้สดใสเข้ากันสุด ๆ

นอกจากจะได้เต็มอิ่มไปกับรสชาติความอร่อยใหม่ในงานนี้แล้ว แกร็บฟู้ด ยังจัดเต็มกับกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย อาทิ Photo Booth ธีมน่ารัก ๆ ให้ได้ถ่ายรูปพร้อมแต่งตัวเป็นอาหารจานโปรด และกิจกรรมร่วมสนุกรับ Merch ของที่ระลึก อย่าง กล่องข้าว กระเป๋าผ้า และ Griptok กับลวดลายสุดลิมิเต็ดที่ออกแบบโดย NEWYEAR ที่มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความอร่อยการันตีคุณภาพ
GrabThumbsUp อร่อยจริง จากคนกินจริงได้ที่ https://www.facebook.com/GrabFoodTH
และ https://www.instagram.com/grabfoodth/

น้ำมันอพอลโล จัดกิจกรรมฟุตบอลคลีนิค สานฝันเด็กไทย

ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล กรรมการบริหารบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่อง อิเดมิตสึ  จัดกิจกรรมฟุตบอลคลีนิค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Journey of Dreams-ปันพลังใจสู่อนาคต” ณ โรงเรียนวิเศษไชยชาญ “ตันติวิทยาภูมิ” จ. อ่างทอง โดยมีโค้ชณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ อดีตกัปตันทีมชาติและทีมงานผู้ฝึกสอนมืออาชีพ มีนักเรียนที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลจาก 7 โรงเรียนจำนวน 40 คนเข้าร่วมการฝึกอบรมโดยมีดร. นุชนารถ ยิ้มจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และนายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษไชยชาญ ให้การต้อนรับ พร้อมปิดท้ายด้วยกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมอารามบอยเอฟซี, ทีมสิงห์ดำอพอลโล  และทีมวีไอพีอ่างทองอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้มอบรองเท้าและถุงเท้าแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดไผ่วง และวัดต้นทอง ใน จ. อ่างทองอีกด้วย

ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล กรรมการบริหารบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมฟุตบอลคลีนิคนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “Journey of Dreams”- ปันพลังใจสู่อนาคต” ที่บริษัทได้ริเริ่มขึ้นเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางการศึกษา สันทนาการ และกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเข้าถึงกลุ่มคนในทุกระดับและทุกกลุ่มอายุ รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนในส่วนที่บริษัทสามารถเอื้อประโยชน์ให้ได้” 

“สำหรับกิจกรรมฟุตบอลคลีนิค ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Journey of Dreams” ”- ปันพลังใจสู่อนาคต” เพื่อมอบโอกาสให้เยาวชนได้รับการฝึกอบรมด้านเทคนิคจากผู้ฝึกสอนระดับอาชีพ เป็นการเสริมสร้างประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิคในการเล่นฟุตบอลที่มีมาตรฐาน เพื่อเพิ่มทักษะแก่นักกีฬาฟุตบอลในพื้นที่ โดยมีโค้ชฟุตบอลระดับนักกีฬาทีมชาติมาให้การอบรมซึ่งผมคิดว่านักเรียนที่ได้เข้ารับการอบรมในครั้งนี้จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และเรียนรู้ที่จะเดินตามความฝันนั้นแบบมีเป้าหมาย และมีระเบียบวินัย”

โค้ชณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ อดีตกัปตันทีมชาติในฐานะผู้ฝึกสอนกล่าวเสริมว่า “การจัดกิจกรรมฟุตบอลคลีนิคของบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด เป็นการเปิดโอกาสให้นักฟุตบอลเยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้เทคนิคขั้นพื้นฐานทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฎิบัติ ตลอดจนเทคนิคใหม่ๆ เพื่อนำมาเสริมทักษะของตนเองเพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต”

ดร. นุชนารถ ยิ้มจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียนวิเศษไชยชาญ  “ตันติวิทยาภูมิ” กล่าวว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ บริษัทน้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ได้มอบโอกาสที่สำคัญให้กับเยาวชนที่รักการเล่นฟุตบอลในพื้นที่จ. อ่างทอง จำนวน 7 โรงเรียนที่ได้มีส่วนร่วมรับการอบรบเทคนิคการเล่นฟุตบอลกับอดีตนักกีฬาทีมชาติ เด็กๆ รู้สึกตื่นเต้นกันมาก การจัดกิจกรรมแบบนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมและสร้างแรงบันดาจใจให้นักเรียนมุ่งมั่นเล่นกีฬา เพราะมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพติด”

โก๊ะตี๋ อารามบอย ผู้ก่อตั้งทีม ทีมอารามบอย เอฟซี กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจทุกครั้งที่มีโอกาสได้กลับมาบ้านเกิด โรงเรียนเป็นแหล่งผลิตนักเรียนคุณภาพ ในยุคของผมการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแทบจะเป็นไปไม่ได้ การฝึกซ้อมหรือการเข้ามาคัดตัวนักกีฬาในกรุงเทพฯ ล้วนแต่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งคนต่างจังหวัดไม่สามารถจ่ายได้ ต้องผ่านการคัดเลือกหลายขั้นตอน ทำให้คนเก่งที่อยู่ในต่างจังหวัดไม่ได้รับโอกาส แต่วันนี้น้องๆ ได้รับโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมฟุตบอลคลีนิค ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างเสริมทักษะฟุตบอล และสร้างแรงบันดาลใจในคราวเดียวกัน ผมดีใจและขอบคุณบริษัทน้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ที่จัดกิจกรรมนี้ให้น้องๆ เยาวชนนักกีฬาฟุตบอล”

พม. บุก สยามสแควร์วัน เดินรณรงค์ ยุติความรุนแรง ต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “สร้างสุขปลอดภัย ไร้ความรุนแรง” (ACT NOW to end Violence against Women and Girls) โดยมีนางจตุพร โรจนพานิช รองปลัดกระทรวง พม. กล่าวรายงาน และการนำเสนอสารจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องในเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว ซึ่งมีนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน อาทิ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะกรรมการสมรสคณะรัฐมนตรี คุณสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษาคณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศในการกีฬา คุณสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ คุณมิเกลล่า ฟิลแบรย์-สตอเร่ ผู้ประสานงานองค์การสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย คุณชวาลี โอสถานุเคราะห์ นายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิกและเอเชียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ รวมทั้งผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ศิลปิน ดารา นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน ที่ลานอัฒจันทร์ ชั้น LG อาคาร Siam Square One

จากนั้นได้เป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติสำหรับบุคลากร หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว จำนวน 19 รางวัล และมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว จำนวน 12 รางวัล เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจในการเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมในการสนับสนุนและส่งเสริมการยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ อีกทั้งแสดงเจตนารมณ์รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ร่วมกับผู้แทนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และองค์กรระหว่างประเทศ นอกจากนี้ มีการเดินขบวนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2567 การแสดง Flash mob “คำดีๆ มีให้กัน” จากวงดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินวง Getsunova

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว และปัญหาการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ (Sexual Harassment) รวมถึงปัญหาวิกฤตประชากร ดังนั้น เพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวง พม. ได้ผลักดันและขับเคลื่อนนโยบาย 5 x 5 ฝ่าวิกฤตประชากร ซึ่งประกอบด้วย 5 ข้อเสนอ และ 5 มาตรการ เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ทั่วถึง เป็นธรรม สำหรับการดำเนินการยุติความรุนแรง ได้ผลักดันนโยบายและมาตรการหลายด้าน เพื่อปกป้องและคุ้มครองทุกเพศ ทุกวัย โดยมุ่งเน้นที่การปรับเปลี่ยนฐานคิดและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ การเคารพในสิทธิ โดยเฉพาะสิทธิเนื้อตัวร่างกาย การยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย และเร่งสร้างการรับรู้ให้คนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงสิทธิและประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียมกัน

กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็น “เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี” ซึ่งในปี 2567 กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ฯ ภายใต้แนวคิด “สร้างสุขปลอดภัย ไร้ความรุนแรง” (ACT NOW to end Violence against Women and Girls) นับเป็นความร่วมมือกันในการรณรงค์ยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ เพื่อต้องการจะส่งสาร และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้ตระหนักรู้ว่า ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นปัญหาระดับสังคม ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และนับเป็นหนึ่งภัยเงียบของสังคม ที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกช่วงวัย ทุกที่ ทุกเวลา และสามารถทิ้งรอยบาดแผล ทั้งทางร่างกายและจิตใจให้แก่ผู้ถูกกระทำโดยตรงแก่คนในครอบครัวของผู้ถูกกระทำ รวมถึงบุคคลและสังคมแวดล้อมก็ย่อมได้รับผลกระทบ

ในส่วนภูมิภาค สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ กำหนดจัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน 2567 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย ไร้ความรุนแรง “ACT NOW” เริ่มได้ทันที เริ่มที่ตัวเรา โดยการ “ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว”ทุกรูปแบบ

กิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวหนึ่งของความพยายามในการรณรงค์ยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อที่จะร่วมกันผนึกกำลังในการยุติความรุนแรงในทุกรูปแบบ จึงขอเชิญชวนคนไทยทุกคนเดินฝ่าวิกฤตครั้งนี้ จับมือไปด้วยกันอย่างแน่วแน่ ร่วมสร้างความตระหนักรู้ กระตุ้นจิตสำนึกและความคิด และลงมือทำในทันที ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวทุกรูปแบบ ทั้งนี้ ขอขอบคุณและขอแสดงความยินดีกับหน่วยงาน รวมถึงบุคลากรที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณและใบประกาศนียบัตร ซึ่งร่วมสนับสนุนและส่งเสริมการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวเสมอมา รวมทั้งภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันแสดงพลังในวันนี้ ให้ทุก ๆ คนในสังคมได้ตระหนักร่วมกันในการสอดส่อง ดูแล และช่วยเหลือ เมื่อพบการกระทำความรุนแรง เพื่อให้สังคมมีความสงบสุข เข้มแข็ง และยั่งยืนตลอดไป

อย่างไรก็ตาม หากพบเห็นปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวง พม. ผ่านสายด่วน พม. โทร. 1300 บริการตลอด 24 ชั่วโมง หรือแอปพลิเคชันไลน์ @esshelpme

#สังคมไทยไร้รุนแรง #FamilyFirst #วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว #หยุดคุกคามทางเพศ #ฝึกอาชีพฟรี #เลี้ยงเดี่ยวไม่เดียวดาย #แตกต่างอย่างเท่าเทียม #DWF #สค.

📣 ติดตามข่าวสาร สค.ได้ที่
เว็บไซต์: https://www.dwf.go.th/
Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/sorkor026596776/
TikTok : https://www.tiktok.com/@dwf_tiktok?_t=8Zl3GRosGXq&_r=1
เพื่อนครอบครัว: http://www.xn--42ca5dfr6ac6azcd1c9c9f0e.com/
LINE Official : @linefamily
YouTube: https://www.youtube.com/channel/UCXtsy6w-fx3fkESr-C6UaAA

Toytopia ผนึก Robotime โหมกระแสฮอตกล่องสุ่ม-ของสะสม DIY

เปิดตัว Rolife Flagship Store ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตลาดของเล่นของสะสมพุ่งแรงต่อเนื่อง Toytopia ผนึกกำลัง Robotime ยักษ์ใหญ่ผู้สร้างสรรค์ของสะสม DIY ระดับโลก ปักธงเมืองไทย เปิดตัว Rolife Flagship Store @Central Westgate ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำเสนอกองทัพสินค้าสุดน่ารัก อัพเดท Rolife ได้ครบทุกคอลเล็กชัน พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ เผยเทรนด์อาร์ตทอย-กล่องสุ่ม-DIY มัดใจสาวกชาวไทย โชว์จุดแข็งด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับสากล จัดเต็มไอเดียสุดสร้างสรรค์ เหนือชั้นทุกรายละเอียด ตั้งเป้าขยายสาขาครบ 10 แห่งภายในปี 2568 

นายชาญวิทย์ วิทยสัมฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทอยโทเปีย จำกัด (Toytopia) เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาตลาดของเล่นของสะสมในประเทศไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มของ “อาร์ตทอย” และ “กล่องสุ่ม” อันเป็นที่นิยมของนักสะสมชาวไทย และยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  จากการพัฒนารูปแบบสินค้าที่หลากหลายทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นสินค้ากลุ่ม DIY ประเภท Asccessories และ Plush Doll ที่ให้ความสนุกผ่านการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง ภายใต้กลไกการออกแบบที่เหนือชั้น ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มความนิยมมากขึ้นเช่นกันล่าสุด Toytopia ผนึกความร่วมมือกับ Robotime Group Company ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ของสะสม DIY จากประเทศจีน ได้เปิดตัว Rolife Flagship Store ณ ชั้น G เซ็นทรัล เวสต์เกต ซึ่งเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  นำเสนอภายใต้แนวคิด “สนุกไปกับสิ่งเล็ก ๆ ค้นหาไอเดียใหม่ ๆ ได้ไม่รู้จบ” ยกขบวนกองทัพสินค้าสุดน่ารักจากหลากหลาย Category ทั้งสินค้าจากแบรนด์ Rolife ครบทุกคอลเล็กชัน กล่องสุ่มสุดฮิตจาก IP สุดโด่งดังทั่วโลก โมเดล DIY สวยงาม เสริมสร้างจินตนาการ พร้อมสินค้า Lifestyle & Accessories  อีกทั้งยังมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน อาทิ มุมโชว์ตัวจริง และกลไกของสินค้า DIY สุดอลังการ รวมทั้งการเปิดตัวสินค้า Original Characters จากแบรนด์ KULECHAOWAN เป็นที่แรกของโลก 

Rolife ของสะสม DIY ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดRolife ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดย Robotime Group Company  ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์ของสะสม DIY ที่ทันสมัย และเต็มไปด้วยลูกเล่นสุดล้ำ โดย Rolife ได้ต่อยอดแนวคิดของ Robotime ด้วยการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานที่มีความน่ารัก เป็นมิตร และความสนุก มอบความสุขให้กับทุกคนด้วยเสน่ห์ของ DIY ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เอาใจกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการประกอบโมเดลด้วยตัวเอง อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ด้วยคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล อาทิ ISO9001, GMC, FSC, BSCI, Disney Certification ฯลฯ โดยปี 2023 มียอดขายจากการส่งออกสินค้าไปทั่วโลกรวมมูลค่าประมาณ 9.5 พันล้านบาท “จุดเด่นของ Rolife คือ สินค้า DIY ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด มีกลไกที่หลากหลาย เช่น สามารถขยับได้ สามารถเปิดไฟได้ หรือมีเสียงดนตรี  อีกทั้งยังได้รับแรงบันดาลใจสิ่งปลูกสร้าง หรือสถานที่ต่าง ๆ ที่อ้างอิงมาจากความเรียบง่าย แต่สร้างความสุขให้กับชีวิต ผ่านมุมมองที่สวยงามแบบอย่างคาดไม่ถึง สามารถเป็นทั้งของขวัญในโอกาสพิเศษ และของตกแต่งบ้านชิ้นโปรด เชื่อมั่นว่าการเปิดตัว Rolife Flagship Store จะเพิ่มประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าชาวไทย และขยายการเติบโตของแบรนด์ Rolife ได้เป็นอย่างดี 

 

สินค้าของ Rolife  สามารถแบ่งได้เป็น 6 หมวดหมู่ ประกอบด้วย (1) DIY Miniature House  บ้านจิ๋ว DIY ที่มีความยาก-ง่ายหลากหลายระดับ และสามารถสร้างสรรค์ไอเดียการตกแต่งได้ด้วยตัวเอง (2) Plastic Miniature house สร้างสรรค์ห้อง DIY ของตัวเอง ที่ตกแต่งได้แบบไม่รู้จบ เป็นโมเดลห้องจิ๋วที่สามารถประกอบต่อกันเป็นตึกสุดอลังการ (3)1000 Piece Jigsaw Puzzle สนุกไปกับจิ๊กซอว์ 1,000 ชิ้น ที่ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยวัสดุคุณภาพสูง สร้างภาพที่สวยงามสมบูรณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการไขปริศนา และรักในของตกแต่งบ้าน (4) Book Nook Shelf Insert ตกแต่งชั้นวางหนังสือให้สวยงามมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ด้วยฉาก DIY ที่ถูกออกแบบมาเพื่อชั้นวางหนังสือโดยเฉพาะ (5) 3D Wooden Puzzle DIY สร้างสรรค์สิ่งของ และสถานที่ต่าง ๆ ด้วยวัสดุ “ไม้” การออกแบบที่ละเอียด ทำให้ได้โมเดลจำลอง 3D ที่สวยงาม และเต็มไปด้วยกลไกสุดพิเศษ และ (6) Surprise Figure Dolls กล่องสุ่มสุดน่ารัก นำเสนอความสนุกสนานออกมาผ่านธีมที่หลากหลาย แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์อันยิ่งใหญ่สำหรับสินค้าไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ “Super Creator DIY” ในกลุ่ม Plastic Miniature house ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบได้ออกไอเดียการตกแต่งห้องจิ๋วด้วยตัวเอง และสามารถนำห้องจิ๋วมาประกอบรวมกันเป็นฉากที่สวยงาม อลังการ

ตั้งเป้าขยาย 10 สาขาภายในปี 68
นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา Toytopia ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ Robotime โดยมีสินค้าจำหน่ายในประเทศไทยทั้งแบบ Online และ Offline ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ในปีนี้ Toytopia จึงได้ร่วมมือกับ Robotime อย่างเป็นทางการเพื่อเปิดร้าน Rolife Flagship Store ขึ้นเป็นครั้งแรก ตอบรับความต้องการของลูกค้าชาวไทย ที่มีความนิยมในตลาดของเล่นของสะสมสาย DIY และกล่องสุ่ม  โดยลูกค้ากลุ่มนี้ยังคงมองหาสินค้าดีมีคุณภาพที่ผ่านการสร้างสรรค์มาอย่างดี มีการนำเสนอสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง อันเป็นจุดแข็งของแบรนด์ Rolife 

ปัจจุบันแบรนด์ Rolife มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั่วโลก ทั้ง  Offline รวมกว่า 10,000 ร้าน และ  Online รวมกว่า 900 ช่องทาง  ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายภายในปี 2568 จะมีร้าน Rolife รวม 10 สาขาในประเทศไทย “ในช่วงโควิดที่ผ่านมาตลาดของสะสมในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างทวีคูณ โดยเฉพาะในกลุ่มของสินค้า กล่องสุ่ม และสินค้า DIY ซึ่งประเทศไทยมีอัตราการเติบโตขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวของคนทั่วโลก ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการผลักดันตลาดของเล่นของสะสมในประเทศไทย” 

ดึงเสน่ห์แห่ง DIY เร่งการเติบโตวงการนักสะสม ปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตของตลาดของเล่นของสะสมในประเทศไทย มาจาก“ความแปลกใหม่” ที่หลากหลายแบรนด์พยายามแข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งด้านดีไซน์, คาแรคเตอร์ และลูกเล่นของสินค้า  ทำให้เหล่านักสะสมได้ตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ  Rolifeมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันวงการนักสะสมในประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น ด้วยสินค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น จากทั้งของสะสมรูปแบบกล่องสุ่มและของสะสมที่มีความเป็นศิลปะ พร้อมกับดึงเสน่ห์ของ DIY มาสู่นักสะสมชาวไทย นอกจากนี้ Rolife Flagship Store ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นจุดนัดพบของนักสะสมชาวไทยผู้มีความชื่นชอบที่หลากหลายได้มารวมตัวกัน ภายในร้านประกอบไปด้วยความหลากหลายที่มากเกินจินตนาการ  ผ่านเหล่า IP ที่โด่งดังมากมาย และสินค้าที่ครอบคลุมทุกความชื่นชอบของทุกคน”   

  โปรโมชั่นช่วงเปิดร้านสุดพิเศษมากมาย  ซื้อสินค้าครบกำหนด เลือกรับฟรีทันที ของที่ระลึกมากมาย  หรือส่วนลดสูงสุดกว่า 400 บาท พร้อมส่วนลดสินค้าสุดฮิต อย่าง  “Super Creator DIY” ซื้อ 2 ชิ้น ลดทันที 15% หรือ เมื่อซื้อ Super Creator DIY 1 ชิ้น รับส่วนลดสำหรับซื้อสินค้า กล่องสุ่มทันที 20% 

“สนุกไปกับสิ่งเล็กๆ ค้นหาไอเดียใหม่ๆ ได้ไม่รู้จบ”  พบกับ Rolife Flagship Store เซ็นทรัล เวสต์เกต  ชั้น G และอีก 1สาขา ที่ Rolife Store สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั้น 2  ร่วมติดตามอัพเดทไอเดียสุดสร้างสรรค์ ได้ที่ Facebook: Rolife Thailand , IG: rolifethailand  ,Tiktok : rolifethailand

ติดตามข่าว ข่าววันนี้ การเมือง สังคม ธุรกิจ เศรษฐกิจ ตลาดหุ้น สิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ ดนตรี ศิลปะ ภาพยนตร์