Anlee Do (อันลี โด ) LUFTHANSA GROUP

อันลี โด (Anlee Do) ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง กลุ่มบริษัทลุฟท์ฮันซ่า LUFTHANSA GROUP

อันธู วัน โด (อันลี) มีประสบการณ์ด้านลายการบินมายาวนานกว่า 15 ปี และมีความชื่นชอบหลงไหลในธุรกิจการบินเธอเรียนจบจากมหาวิทยาลัย Central Queensland University ที่ประเทศออสเดรเลียทางด้านการตลาด และเรียนจบ ปริญญาไทด้วย Executive MBA เฉพาะทางด้านบริหารการบินจากมหาวิทยาลัย Nanvang Technological University ที่ประเทศสิงคโปร์

นอกจากความชื่นชอบที่เธอมีต่อการบินแล้ว อันลี ยังมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย อันลี ได้เริ่มงานด้านสายการบินด้วยตำแหน่งผู้จัดการฝึกหัดในโปรแกรม International Aines Professional ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ตประเทศ เยอรมนี จากนั้นเธอได้เติบโตโนสายอาชีพไปยังเมืองอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงได้ เริ่มจากการเป็นเจ้าหน้าที่ด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่นครโฮจิมินห์ ไปยังผู้จัดการด้านการตลาดดูแลประเทศไทยและภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ซึ่งเธอได้ประจำอยู่ที่กรุงเทพฯในตำแหน่งนี้เป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะย้ายไปสิงคโปร์ในบทบาทนักวิเคราะห์ประสิทธิภาพด้านดิจิทัล และต่อไปยังตำแหน่งยังผู้จัดการคำยขายออนไลน์พื้นที่เอเซียแปซิฟิก อันลี

ได้กลับมาประจำที่ประเทศบ้านเกิดเวียดนามในตำแหน่งลำสุดผู้จัดการประเทศ ก่อนจะย้ายมาลุฟต์ฟต์ฮันซ่าตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 ลุฟด์อันซ่า กรุ๊ป มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ด้อนรับเธอกลับมายังกรุงเทพฯ อีกครั้งพร้อมประสบการณ์มากมายทั้งด้านธุรกิจและระดับภูมิภาค อันลีจะมาช่วยส่งเสริมความสำเร็จในภูมิภาคนี้ให้เติบโตต่อไป

ตำบลหินซ้อน สระบุรี ชวนไป “อาบป่า” รับพลังปีใหม่

ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน ร่วมกับสมาคมท่องเที่ยวสระบุรีและอำเภอแก่งคอย เตรียมเปิดเทศกาลท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมต้อนรับปีใหม่ 2568 กับการท่องเที่ยวแนวใหม่ ” Forest Bathing” สัมผัสธรรมชาติที่ใกล้ชิดมากขึ้นพร้อมดูแลสุขภาพไปในตัว ตำบลหินซ้อน ชวนไป”อาบป่า” รับพลังปีใหม่  “มหัศจรรย์การอาบป่าในลำน้ำป่าสัก ด้วยการพายเรือคายัคและแคนนู ชวนชมผาหมีเหนือ เสือใต้ สัมผัสกลิ่นไอธรรมชาติ (Kayaks & Canoe Forest Bathing)

โดยกำหนดการเปิดเทศกาลท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 รอบเช้า: 09.00 น. รอบบ่าย: 14.00 น. ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำการท่องเที่ยวให้กลับมาฟื้นอีกครั้ง ภายหลังปิดไปในช่วงฤดูน้ำหลากเนื่องจากความปลอดภัย อีกทั้งยังจัดเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในทุกๆ ด้าน เพื่อความปลอดภัยและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 
วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567
รอบเช้า: 09.00 น.
รอบบ่าย: 14.00 น.

ค่าใช้จ่าย :  ลด 50% จากอัตราปกติ เหลือเพียง 400.-/ท่าน
(รวมอาหารว่างระหว่างเดินทาง น้ำดื่ม ค่าเช่าเรือ เสื้อชูชีพ วิทยากร บุคลากรสอนพายLife Guard รถรับ-ส่ง และประกันภัยฯ)
หมายเหตุ : รับจำนวนจำกัด รอบละ 20 ท่านเท่านั้น

หินซ้อน! แหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนรักสุขภาพและการผจญภัย A Wellness Adventures, Ecotourism & Forest Bathing Destination  (สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม) ในส่วนของการ “อาบป่า” ถือเป็นแนวคิดใหม่ที่ทำให้เกิดการใส่ใจพื้นที่สีเขียว จากข้อมูลของ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เปิดเผยว่า การ ‘เดินป่า’ เคยเป็นกิจกรรมผจญภัยสำหรับคนรักธรรมชาติ แต่ในยุคนี้หลายคนเลือกเยียวยาร่างกายและจิตใจด้วยการพาตัวเองไป ‘อาบป่า’ การอาบป่า (Forest Bathing) คือศาสตร์บำบัดจากญี่ปุ่นที่เรียกว่า Shinrin Yoku ซึ่งช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย โดยการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

ศาสตร์นี้เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1982 และมีการก่อตั้งสมาคมป่าบำบัดในปี 2002 เพื่อศึกษาผลกระทบของธรรมชาติที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ การอาบป่าเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในเมืองที่ต้องเผชิญกับความเครียดและความวุ่นวาย จากการที่เราได้สัมผัสธรรมชาติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 (รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส) ด้วยใจที่สงบและมีสมาธิธรรมชาติบำบัด


“อาบป่า” เป็นการเชื่อมโยงเราให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ สัมผัสสิ่งรอบตัวด้วยสัมผัสทั้ง 5 ด้วยสติและสัมผัสความสงบ จิตใจเริ่มนิ่งและพร้อมที่จะรับรู้เสียงนกร้อง เสียงน้ำไหล ลมพัด และกลิ่นหอมของธรรมชาติ เช่น กลิ่นดิน กลิ่นดอกไม้ หรือแม้แต่กลิ่นฝนที่ตกลงมาจากการวิจัย พบว่า การอาบป่าช่วยฟื้นฟูกลไกของร่างกาย ลดความเครียด บรรเทาอาการซึมเศร้า และเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกายและเพิ่ม NK Cells ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาโรคมะเร็ง

นอกจากนี้ ความสวยงามของธรรมชาติที่เราได้สัมผัสยังทำให้เราเห็นคุณค่าของผืนป่า และเข้าใจถึงความสำคัญในการดูแลรักษาธรรมชาติ เพื่อให้เรามีป่าให้ ‘อาบ’ ต่อไปในอนาคต กิจกรรมนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายในสระบุรีแซนบ็อกซ์” ของจังหวัดอีกด้วย

เจ้าหน้าที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน กล่าวเชิญชวนประชาชนที่สนใจ สามารถร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ ภายหลังจากการเปิดเทศกาลท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 นี้เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะมีกิจกรรมการล่องเรือแล้ว ยังเตรียมเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ จะเป็นสถานที่ใดนั้นโปรดติดตามตอนต่อไป ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาสถานที่ให้เหมาะสมและปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

โดยเปิดบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สำหรับวันธรรมดาสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเท่านั้น หรือหากสนใจสามารถสอบถามไปได้ที่ ประชาสัมพันธ์ชมรมฯ  คุณตุ๊กตา โทร 097-063-3742

#ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน   
#สมาคมท่องเที่ยวสระบุรีและอำเภอแก่งคอย
#หินซ้อน #สระบุรี #แก่งคอย

โฟลว์ อินเตอร์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Arcobräu จากประเทศเยอรมัน

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 : บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เครื่องดื่มแบรนด์ดัง Arcobräu จากประเทศเยอรมัน โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Holger Fichtel (Breweries Director Arcobräu) บินตรงจากประเทศเยอรมัน มาร่วมเปิดงาน พร้อมด้วย Mr. Martin terheiden, Klaus Puehmeyer, Katya Puehmeyer, คุณอัคค์สัจจา ก่อภพพัฒนพงศ์, คุณแอ-ภัทราริน ปัญญานุตธรรม, คุณภูเบศร์ คงสมบัติ เข้าร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศของการเทสเครื่องดื่มชนิดใหม่อย่างเป็นกันเอง ณ ร้านพอลลาเนอร์ การ์เด้นท์ (เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ) Arcobräu ถือเป็นมรดกแห่งความเป็นเลิศของบาวาเรีย โดยการเปิดตัว Arcobräu ประเพณีและนวัตกรรมในโลกของการผลิตเบียร์ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานที่มีรากฐานมาจากงานฝีมือของบาวาเรีย Arcobräu ได้พัฒนาศิลปะการผลิตเบียร์มาหลายชั่วอายุคน โดยมีความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ด้านคุณภาพ โดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติที่ดีที่สุด และวิธีการต้มแบบดั้งเดิมเท่านั้น
Natur Radler ส่วนผสมที่เบา ๆ ให้ความสดชื่นของเลมอน มีกลิ่นหอม ปราศจากสารให้ความหวาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดื่มแบบเบาๆ การจับคู่อาหาร เช่น สลัด อาหารทะเล หรืออาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้อิ่มเอมไปกับซิกเนอร์เจอร์เมนูสไตล์เยอรมันมากมาย และเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีสดจาก บางเขี้ยว สวีสตี้พี ที่ร้านอาหาร Paulaner Garden ศรีนครินทร์

คุณกานต์พิชชา คงสมบัติ ประธานกรรมการ บริษัท โฟลว์ อินเตอร์ จำกัด ได้กล่าวว่า การเปิดตัวเครื่องดื่มArcobräu ทั้ง 5 ชนิดวันนี้ เป็นเครื่องดื่มจากประเทศเยอรมันทางตอนใต้ของเมืองมิวนิคที่มีชื่อเสียงโด่งดัง จากการที่เราได้เดินทางไปเทสด้วยตัวเอง ก็เลยคิดว่า Arcobräu จะเป็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางธุรกิจ เพิ่มยอดขายให้กับบริษัทของเราและยังเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับนักดื่ม กระตุ้นยอดขายและเปิดตลาดเครื่องดื่มเยอรมันใหม่ คาดยอดขายเพิ่มขึ้น 10 % จากยอดขายปีที่แล้ว การจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันนี้ เราได้รับเกียรติอย่างสูงจาก Mr. Holger Fichtel (Breweries Director Arcobräu) เพื่อมาแนะนำ ให้ข้อมูลอย่างละเอียดในเรื่องของตัวเครื่องดื่ม และที่สำคัญ วันนี้ เราได้เชิญเอเจนต์ของเรามาสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการดื่มด่ำความสุขกับเครื่องดื่มชนิดนี้ นอกจากที่เรามีเครื่องดื่มพอลลาเนอร์ เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีแล้ว ก็ถือว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เราได้เพิ่มเติมเครื่องดื่มดีๆเข้ามาทำตลาด และจากการที่ได้ทดลองดื่มแล้ว คิดว่า เครื่องดื่มทั้ง 5 ชนิดของ Arcobräu น่าจะเหมาะกับสำหรับคนไทย

1 Natur Radler ส่วนผสมที่เบา ๆ ให้ความสดชื่นของเลมอน มีกลิ่นหอม ปราศจากสารให้ความหวาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดื่มแบบเบาๆ การจับคู่อาหาร เช่น สลัด อาหารทะเล หรืออาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆ

2 Mooser Liesl บาวาเรีย Helles คลาสสิกที่ต้มด้วยมอลต์พิเศษและฮอปต์ธรรมชาติ เพลิดเพลินไปกับรสชาติต้นตำรับที่นุ่มนวล ดื่มด่ำควบคู่ไปกับอาหารเลิศรส ไม่ว่าจะเป็น ไก่ย่าง เพรตเซล หรือชีส เข้ากันได้อย่างลงตัว

3 Weissbier Hell เครื่องดื่มจากข้าวสาลีระดับพรีเมียมที่ได้รับรางวัลนี้ ให้กลิ่นผลไม้และกลิ่นหอม ด้วยยีสต์ชั้นดีเพื่อรสชาติที่ละเมียดละมัย เหมาะกับการรับประทานกับอาหาร ประเภท ไส้กรอก ผักย่าง หรือซอฟต์ชีส

4 Festbier เครื่องดื่มสไตล์ดั้งเดิมนี้ผลิตขึ้นสำหรับเทศกาลอ๊อกโทเบิลเฟสต์ เป็นการรวบรวมการเฉลิมฉลองของบาวาเรีย ด้วยมอลต์ที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมรับประทานง่าย ซึ่งสามารถรับประทานกับอาหารประเภท บราทวูร์สท์ และผักย่าง ได้เป็นอย่างดี

5 Winterbier เครื่องดื่มที่ผลิตขึ้นสำหรับตามฤดูกาลพิเศษ มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมของฮอปส์อ่อนๆ เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในฤดูหนาวที่แสนสบาย การจับคู่อาหารประเภทเนื้อสัตว์ปิ้งย่าง

กระแสตอบรับที่ผ่านมาดีมากๆ ในช่วงแรกที่เรานำเข้า NaturRadler เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมเบา ๆ ให้ความสดชื่น และมีกลิ่นหอมของเลมอน ดื่มแล้วสดชื่น ขายดีมากๆ ขายหมดอย่างรวดเร็ว และได้วางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าแล้วเช่นกัน ซึ่งเครื่องดื่มใหม่ทั้ง 5 ชนิดนี้ ที่มีรสชาติที่แตกต่างกัน แต่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มเบาๆ เย็นๆ เหมาะกับการเลี้ยงสังสรรค์ รวมถึง Winter bier เครื่องดื่มที่ผลิตขึ้นสำหรับตามฤดูกาลพิเศษ มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมของฮอปส์อ่อนๆ เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในฤดูหนาว ปลายปีที่แสนสบายในเมืองไทย ซึ่งเราจะจัดเทศกาล Winter Season ให้เข้ากับอากาศหนาวๆ เริ่มตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป และห้ามพลาด Fest bier เครื่องดื่มสไตล์ดั้งเดิมนี้ผลิตขึ้นสำหรับเทศกาลอ๊อกโทเบิลเฟสต์ เราก็นำเข้ามาแล้ว และแน่นอนใครที่มาที่ร้านอาหาร พอลลาเนอร์ การ์เด้นท์ (เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ชอย 9 แยก 2) ห้ามพลาดชิม เมนูเด็ดสไตล์เยอรมันที่ขายดีของเรา เช่น ขาหมูเยอรมัน ไส้กรอก

ซึ่งปัจจุบัน Arcobräu มีจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า และ ซุปเปอร์มาเก็ต ทั่วไป Tops, Villa Market, The Mall, Siam Takashimayaหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Flow Inter Co., Ltd. โทร. 02-748-1900

ฝ่ายบริการลูกค้า 086-907-8811 หรือ Line :@flowinter
เพจ Paulaner Garden Restaurant เว็บไซต์ www.paulaner-garden.com

รฟฟท. ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 ไปถวายพระภิกษุสงฆ์ผู้จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม

นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า กฐินพระราชทาน เป็นกฐินที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐิน ให้แก่หน่วยงานราชการ องค์กร คณะบุคคล หรือบุคคลผู้ประสงค์ขอรับพระราชทานนำไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวง ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด และในส่วนของกฐินกาล มีกำหนดระยะเวลา 1 เดือน หลังออกพรรษา 1 วัน ระหว่างวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี พุทธศาสนิกชนจะร่วมทำบุญถวายผ้ากฐิน เพื่อเป็นการอุปถัมภ์พระสงฆ์ที่จำพรรษากาลครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระวินัย และเป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม โดยเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจในการสร้างบุญกุศล สร้างความสุขของการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งเป็นการจรรโลงและส่งเสริม สืบทอดให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมั่นคงสืบไป

ทั้งนี้ เนื่องในเทศกาลกฐิน พุทธศักราช 2567 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี 2567 ตามที่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอพระราชทานไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตำบลแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ในวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567 โดยมีนายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม , นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นประธาน และ พระราชสมุทรวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหารพระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี พ.ศ. 2567 พร้อมทั้งคณะกรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ประกอบด้วย นายกริช ธนิกุล , นายยศสรัล การพานิช และคณะผู้บริหาร พนักงานบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด รวมทั้งข้าราชการภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดจนพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคจตุปัจจัยและร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน โดยมียอดเงินบริจาคถวายโดยเสด็จพระราชกุศล จำนวน 1,762,028.47 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนหกหมื่นสองพันยี่สิบแปดบาทสี่สิบเจ็ดสตางค์) ในโอกาสนี้ได้จัดให้มีการมอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ สำนักศาสนศึกษานักธรรม-บาลี วัดเพชรสมุทรวรวิหาร, วงโยธวาทิต โรงเรียนศรัทธาสมุทร , โรงเรียนศรัทธาสมุทร และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อีกด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ผลานิสงส์แห่งการถวายผ้าพระกฐินครั้งนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นฉัตรแก้วปกเกศอาณาประชาราษฎรตลอดไป รวมทั้งบันดาลให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญกุศล มีจิตตั้งมั่นในความดีงาม ถึงพร้อมด้วยสรรพกำลังในอันที่จะบำเพ็ญคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง

สำหรับวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดิมชื่อ “วัดศรีจำปา” สร้างขึ้นในราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา ตามตำนานเล่าว่า ในปี พ.ศ. 2307 ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือน อยู่บริเวณตำบลแม่กลอง เหนือวัดศรีจำปา และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านแหลม” ตามชื่อหมู่บ้านเดิมของตน ชาวบ้านแหลมได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาและเรียกวัดนี้ใหม่ว่า “วัดบ้านแหลม” ต่อมาวัดบ้านแหลมได้ยกฐานะขึ้นเป็นอารามหลวง ชั้นวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า “วัดเพชรสมุทรวรวิหาร” มาจนถึงปัจจุบัน

เชย์ ดิษย์ดนัย (Che Bikerontheway ) แห่ง Be Like Bar & Bistro

วันนี้ Vespatravel มาแจกพิกัดร้านอาหารน้องใหม่ แต่ราคาไม่แรง แถมยังมีมุมเก๋ๆ เอาใจสายชอบถ่ายรูปอีกด้วย อีกหนึ่งร้าน Be Like Bar & Bistro นั่งชิลฟีลแบบสบายสบาย

คุณ เชย์ ดิษย์ดนัย (Che Bikerontheway ) แห่ง Be Like Bar & Bistro ร้านน้องใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ภายสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ คาเฟ่และบาร์สุดเท่ในย่านเพชรบุรีตัดใหม่ โดดเด่นด้วยบรรยากาศสบาย ๆ คนไม่พลุกพล่านจนเกินไป สามารถเอ็นจอยและดื่มด่ำไปกับค็อกเทลแก้วโปรด อิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนูอาหารสไตล์ฟิวชันของทางร้านอย่างเต็มที่พื้นที่ ร้านอาหาร ร้านอาหารบรรยากาศดี อาหารอร่อย ดนตรีเพราะ สัมผัสบรรยากาศดีๆ คุณเชย์เชื่อว่า ร้านอาหารที่ดีจะต้องเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้ในทุกองค์ประกอบ เข้าใจอาหาร เข้าใจวัฒนธรรมการกิน เข้าใจเชฟ เข้าใจขั้นตอนในการทำงานครัว เข้าใจลูกค้า เพราะงานอาหารและเครื่องดื่มเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน สัมผัสโมเมนต์ดี ๆ ลิ้มลองอาหารอร่อย ๆ เสิร์ฟคู่กันกับเครื่องดื่มเย็น ๆ พร้อมดนตรีสดที่จะมาสร้างสีสันให้คุณสนุกตลอดคืน

ฉะนั้น Be Like Bar & Bistro  อีกหนึ่งร้านอาหารบรรยากาศดีต่อใจไม่ใช่แค่สวยน่านั่งหรือมีมุมถ่ายรูปลงเท่านั้น ร้าน Be Like Bar & Bistro พร้อมเสิร์ฟเมนูเครื่องดื่มและอาหาร ที่เน้นการคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติ คุณภาพพรีเมียม ต้องเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างประสบการณ์กินดื่มที่ดีที่สุด ทั้งยังสร้างความแปลกใหม่ได้ไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย ฟังคุณเชย์ เล่าถึงงานที่เขารัก การเดินเข้าร้านอาหารของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถ้าถามว่า Be Like Bar& Bistro เข้ามาในชีวิตตอนไหน ความสุขของการใช้ชีวิต การเดินทางท่องเที่ยว ที่เป็นใบเบิกทางและแรงบันดาลใจ ในการทำงานให้สนุกในทุกๆ วัน

ด้วยความเป็นคนชอบท่องเที่ยว และการกินเป็นชีวิตจิตใจ คุณเชย์ เลือกออกแจากความชื่นชอบของตัวเอง “ถ้าเราเข้าใจอาหาร เราจะเข้าใจวัฒนธรรม” คุณเชย์ อธิบายว่า นอกจากแค่รสชาติ ทำไมเขาถึงชอบอาหาร เป้าหมายที่เขาตั้งขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองและทีมไปให้ถึงก็คือ “ทำอย่างไรให้ ลูกค้ามานั่งทานอาหารแล้วมีควสมสุข มีรอยยิ้มกลับไป” ลูกค้ามาที่นี่ อยากฟังดนตรีสดหรือจะร้องคาราโอเกะก็ได้ รับรองว่าเพลิดเพลินใจกันทั้งครอบครัว 

คุณเชย์ ไม่ได้มองแค่ว่า กินแล้วอร่อย เครื่องดื่มชิมแล้วดี แต่ต้องถามถึงความตั้งใจของเชฟหรือ Bartender จิตรกรแต่งแต้มสีสันบนเครื่องดื่ม อีกหนึ่งร้านนั่งชิลฟีลแบบสบายๆ ซึ่งแปลว่าเราต้องเข้าใจเชฟ เข้าใจ Bartender และทีมงาน บวกกับทำให้ร้านอาหารไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร  อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ ในร้าน มีหลากหลายแต่มี Overall Experience ที่ดีที่สุด รูปลักษณ์ หรือแม้กระทั่งกลิ่นเราต้องคิด เรียกว่าใส่ใจในรายละเอียดและส่งต่อใจรักในรสชาติอันจัดจ้านเข้มข้นของอาหารไทย

Be Like Bar & Bistro ร้านเล็กแต่อบอุ่น สำหรับบรรยากาศของทางร้านให้สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย สบายด้วยการตกแต่งมาอย่างเรียบง่าย และมีอาหารให้เลือกมากมายหลายเมนู  ที่สำคัญคือรสชาติเด็ด! เรียกว่าดีต่อใจทุกจาน  มาสัมผัสบรรยากาศดนตรีสด อาหารอร่อยรสชาติจัดจ้าน โดยคอนเซปต์หลักของที่นี่ก็คือคือ นั่งทานอาหารสบายๆ ปาร์ตี้ หรือเลี้ยงสังสรรค์ โดยมักจะนำอาหารบ้าน ๆ ไปประยุกต์ เช่น บรรยากาศของร้านอบอุ่นสบายๆ มีเมนูอาหารมากมาย รวมถึงมีดนตรีสดบรรเลงให้ฟัง ใครที่อยากปาร์ตี้ร้องเพลงกันอย่างส่วนตัวเรื่องการเดินทางก็ง่ายแสนง่าย ขับรถมาก็มีที่จอดควรค่าแก่การมาเช็คอิน ขอบอกว่ารสชาติของอาหารดีไม่แพ้บรรยากาศBe Like 

เชื่อว่าทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่ต้องการรับประทานได้อย่างอิสระ มาเริ่มต้นความอิ่มอร่อยของมื้อนี้กันด้วยเมนูทานง่ายสามารถสั่งคู่กันกับเครื่องดื่มน่าลองหลากหลาย เมื่ออิ่มอร่อยกับอาหารมื้อค่ำกันแล้ว อย่าลืมสั่งค็อกเทล ที่นี่สามารถเลือกสั่งได้ตามที่คุณต้องการ

สำหรับโซนบาร์โดดเด่นด้วยเคาน์เตอร์ ถูกออกแบบสวยงาม มู้ดเป็นบาร์เท่ๆ คอนเซ็ปต์ของร้านได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุคหลังสมัยใหม่ ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ยังคงความสบายตาเอาไว้ทำให้ไม่รู้สึกเกร็งจนเกินไป เปรียบเสมือนจุดนัดรวมตัวของสายแฮงเอาต์เครื่องดื่มหลากสีสัน ลงตัวให้คนสังเกตเห็นก่อนสิ่งอื่น เป็นที่นั่งกินได้ เคล้าเสียงเพลงที่สลับกันมาเปิดสร้างบรรยากาศในแต่ละวัน 

ร้าน Be Like Bar & Bistro
ภายใน สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษ
โทร. 095 4516515
FB Fanpage : Be Like Bar & Bistro

ลุฟท์ฮันซ่าฉลองครบรอบ 65 ปี แห่งการบินเชื่อมไทย-เยอรมนี

ในวันนี้ ลุฟท์ฮันซ่ามีความภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับอีกก้าวสำคัญของกลุ่มสายการบิน ในโอกาสครบรอบ 65 ปีของเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากฮัมบูร์กมายังกรุงเทพฯ ความสำเร็จอันยาวนานนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานของสายการบินต่อตลาดไทยและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยช่วยเชื่อมโยงวัฒนธรรม ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น และสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างเยอรมนีและไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2502 เที่ยวบินแรกของสายการบินลุฟท์ฮันซ่าสู่ประเทศไทยได้ออกเดินทางจากเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่แห่งการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศ เที่ยวบิน LH640 ซึ่งในขณะนั้นรู้จักกันในชื่อ Super Constellation ได้ออกเดินทางสู่ตะวันออกไกลจากเมืองฮัมบูร์ก ผ่านดัสเซลดอร์ฟแฟรงก์เฟิร์ต โรม ไคโร การาจี และกัลกัตตา ก่อนถึงประเทศไทย โดยการเดินทางครั้งนั้นใช้เวลาเกือบสองวัน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สายการบินได้ขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย ปัจจุบัน ลุฟท์ฮันซ่าให้บริการเที่ยวบินระหว่างยุโรปและประเทศไทยหลายเที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยให้บริการที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายแก่นักเดินทางผ่านฐานการบินที่มิวนิกและแฟรงก์เฟิร์ต นอกจากนี้ สายการบินของกลุ่มลุฟท์ฮันซ่ายังมีเที่ยวบินเชื่อมต่อระหว่างไทยไทยกับยุโรปผ่านฐานการบินอื่น ๆ ทั้งในซูริกและเวียนนาอีกด้วย โดยมีเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและยุโรปสูงสุดถึง 31 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

คุณเฟลิเป้ บอนิฟาตติ รองประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและกิจการร่วมค้าในภูมิภาคตะวันออก กล่าวว่า“วาระครบรอบ 65 ปีในครั้งนี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของเราในการบริการลูกค้าและเชื่อมโยงผู้โดยสารสู่จุดหมายปลายทางทั่วโลก กรุงเทพฯ ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญแห่งหนึ่งสำหรับเรา และเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการของเราอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการฉลองความสำเร็จอันยาวนานของลุฟท์ฮันซ่าในประเทศไทยกว่าหกทศวรรษ ปัจจุบันเราให้บริการเที่ยวบินสู่ประเทศไทยมากกว่ากลุ่มสายการบินในยุโรปอื่น ๆ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาให้บริการด้วยเครื่องบิน A380 ไปยังกรุงเทพฯ อีกครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว”

ความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ลุฟท์ฮันซ่าใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาบริการของสายการบิน ตั้งแต่การปรับปรุงยกระดับเครื่องบินให้ทันสมัยไปจนถึงการริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลุฟท์ฮันซ่ามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือชั้น มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และน่าประทับใจให้กับผู้โดยสารชาวไทยไปพร้อมกัน

ลุฟท์ฮันซ่ามีวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาเครือข่ายเส้นทางบินให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้น่าประทับใจสำหรับผู้โดยสารทุกคน เพื่อรักษาความเป็นเลิศในการบริการบนน่านฟ้าต่อไปอีก 65 ปี

เที่ยวนครพนม ชมความงามริมโขง

ค้นพบมุมมองใหม่ของการพักผ่อนที่นครพนม เมืองแห่งความสุขนครพนมกันได้แล้ว ชมความงามริมโขง ชมธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด!! มาเที่ยว มาจุดเดียวเที่ยวได้หลายที่มนต์เสน่ห์ริมโขง นครพนม เมืองแห่งความสุขนครพนมกันได้แล้ว อากาศเย็นสบายกลางคืนยี่สิบกว่าองศาร้านค้า กาเฟ่ ร้านอาหาร เปิดใหม่ ถนนคนเดินของขายเพียบ บรรยากาศริมน้ำถ่ายรูปสนุกสนาน 

ครั้งนี้ทีม Vespa Travel มาเที่ยวจังหวัดนครพนม ที่มีเรื่องราวเชื่อและความศรัทธา สัมผัสพลังแห่งศรัทธาสักการะพระธาตุพนม ไหว้พระธาตุประจำจังหวัดและเป็นพระธาตุของคนที่เกิดวันอาทิตย์ ปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน

-พญาศรีสัตตนาคราช อ.เมือง จ.นครพนม 
กราบสักการะ พญาศรีสัตตนาคราช ชมความงดงาม ลานศรีสัตตนาคราช ท่าเทียบเรือนำเที่ยวล่องแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีน ลานพญาศรีสัตตนาคราช

-หอนาฬิกาอนุสรน์ชาวเวียดนาม สร้างไว้ก่อนกลับเมืองเวียดนามถนนคนเดิน วงเวียนหอนาฬิกาสตรีทอาร์ต นครพนม บรรยากาศริมน้ำถ่ายรูปสนุกสนาน ลมพัดชิล ชิล  เดินต่อเที่ยวถนนคนเดิน ล่องเรือชมน้ำโขงขึ้นสูง ริมโขง นครพนม – เมืองท่าแขก ถนนคนเดินเปิด 5 โมงเย็น ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

-อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ และ หมู่บ้านเวียดนามที่นครพนมที่สร้างด้วยงบประมาณเวียดนามบ้านนาจอก จังหวัดนครพนมเป็นหมู่บ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในอดีตประธานโฮจิมินห์หรือที่คนละแวกนี้เรียกกันว่า 

“ลุงโฮ” เคยสร้างบ้านเรือนอยู่ที่นี่เพื่อหาแนวร่วมกลับไปกู้เอกราชให้กับประเทศเวียดนามจากเหตุการณ์สำคัญในครั้งนั้นทางรัฐบาลเวียดนามได้มอบเงินจำนวน 3 หมื่นล้านด่อง (ประมาณ 45 ล้านบาท) เมื่อปี 2557 ให้จังหวัดนครพนมและสมาคมไทยเวียดนาม เพื่อสร้าง “อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์” บนเนื้อที่ 7 ไร่ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ประธานโฮจิมินห์ รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2559

-นั่งจิบกาแฟ ชมวิวริมโขง ร้านกาแฟที่ต้องมา 76A The Space  ริมโขง เครื่องดื่มเน้นกาแฟ Specialty คั่วอ่อน และเครื่องดื่มแบบ non-coffee ให้เลือกหลา ยเมนู ให้ทานคู่กับครัวซอง สโคนและชีสทาร์ต

ทริปนี้นอนที่ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขงและถนนสายวัฒนธรรมหลัก โรงแรมติดแม่น้ำโขง ภายในต้วห้องพักสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน ใกล้ถนน คนเดิน ที่นี่เป็นโรงแรมระดับ 4ดาว ห้องพักจำนวน 122 ห้อง สามารถชมวิวแม่น้ำโขงได้ทุกห้อง ที่นอนนุ่มสบายมากๆ มีสิ่งของอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง สระว่ายน้ำส่วนกลาง และห้องฟิตเนส สามารถมองเห็นฝั่งลาว

โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์ วิว นครพนม เป็นโรงแรมในจังหวัดนครพนม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สวยงามสมบูรณ์แบบกับบรรยากาศติดริมแม่น้ำโขง สระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ ให้ความเป็นส่วนตัว ทัศนียภาพแบบพาโนรามาวิว ที่สวยงามสุดบรรยาย กับท้องฟ้า ภูเขา สายน้ำ ที่ได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ อากาศ บริสุทธิ์ เงียบสงบ มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมสองประเทศของประเทศไทย-ลาวแบบใกล้ชิด

ในช่วงเช้าของวัน จากห้องพักได้พบกับวิถีชุมชนชาวนครพนมที่มายกยอกันอยู่ริมน้ำโขง แสงสะท้อนจากอาทิตย์ยามเช้ากับบรรยากาศที่ชวนมองทำให้เพลิดเพลินจำเริญใจดีแท้ ต้องไม่พลาดเดินลงมาจากห้องพัก ทานอาหารเช้าก็ออกมาเดินเล่นเก็บภาพงดงามนี้ได้ ทุกห้องพักคุณจะได้เห็นวิวสวยๆของแม่น้ำโขงกับพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้อย่างชัดเจน

โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม เหมาะสำหรับนักธุรกิจนักท่องเที่ยวนักเดินทาง ครอบครัวคู่รักหรือกลุ่มองค์กร เรียกว่าเหมาะกับทุกกลุ่มทุกเพศวัยที่ต้องการความสะดวกสบาย ในเรื่องของการพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีห้องสำหรับการจัดกิจกรรมประชุมสัมมนา หรือฮันนีมูน

การเดินทางสะดวกสบาย เพียง 20 นาที จากสนามบิน หรือจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3  โรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 122 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ทุกห้องพักปูพรมนุ่มๆสบาย Free Wi-Fi , LED. TV , มินิบาร์, อ่างอาบในตัวพร้อมฝักบัว และมีเครื่องใช้ในห้องน้ำฟรี ที่พลาดไม่ได้

สำหรับคนรักษ์สุขภาพมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ติดกับโรงแรม สามารถออกไปวิ่งออกกำลังกายในยามเช้าๆริมโขง อย่างมีความสุข ในส่วนของห้องอาหาร มีทั้งอาหารไทย อาหารท้องถิ่น และอาหารนานาชาติ ไว้บริการคุณได้อิ่มอร่อยพร้อมรับความประทับใจ

และเมื่อถึงยามเย็นย่ำค่ำคืน ถนนคนเดินนครพนมก็ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งเที่ยวที่ไม่ควรพลาด มีร้านรวงจำหน่ายเสื้อผ้า อาหารการกินเอาไว้บริการมากมาย รวมถึงบริเวณลานเอนกประสงค์

สนใจจองห้องพัก ที่ โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม 
โทร 042 522 334

Line OA : @fortunehotelgroup https://lin.ee/Bj1vy7p

การเดินทางด้วยการสนับสนุนจาก Ford Everest 2024 ทำให้ทีมงานมั่นใจทุกเส้นทางออฟโรดด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Full-timeสะดวก สบายพร้อมเทคโนโลยีครบครัน! โดยระบบเครื่องเสียงและการเชื่อมต่อ

*  หน้าจอแสดงผลจอสีแบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 10.1 นิ้ว

*  รองรับ WirelessApple CarPlay®และ Android AutoTM

*  ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ ระบบ SYNC® 4A

*  ระบบ FordPass Connect

*  ช่องต่อ USB 2 ตำแหน่ง

*  ลำโพง 8 ตำแหน่ง

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารล่าสุด
https://ford.to/3p17e9X

ขอบคุณที่พักสุดชิล : Fortune River View Hotel Nakhon Phanom โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม

ขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง :รถยนต์ Ford Everest ฟอร์ด เอเวอเรสต์

#fordeverest #Ford  #FordEverest #Everest
#toptotravel #wefiethailand
#โรงแรมฟอร์จูนริเวอร์วิวนครพนม
#สตรีทอาร์ตนครพนม

แถลงข่าวการแข่งขันกีฬากอล์ฟ ครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสุขภาพ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 เวลา 10.30 น . สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), สมาพันธ์ เอสเอ็มอี ไทย จ. นครปฐม , สมาคมท่องเที่ยว จ.นครปฐม ชมรมกีฬาและการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ จ. นครปฐม ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จ.นครปฐม และสนามกอล์ฟไดนาสตี้ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ แถลงข่าวการแข่งขันกีฬากอล์ฟ ครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสุขภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชน ประกอบด้วย นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.), นายสมศักดิ์ ธีรภาพสกุลวงศ์ ประธานสมาพันธ์ เอสเอ็มอี ไทย จ. นครปฐม นางวรินทร ทองพูน ประธานชมรมกีฬาและท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ จ.นครปฐม นายประสิทธิ์ ภักดีพาณิชพงศ์ ประธานบริหารสนามกอล์ฟไดนาสตี้ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ร่วมงาน โดยมีนางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว นำคณะสื่อมวลชนร่วมงาน ซึ่งการแข่งขันกีฬากอล์ฟครั้งที่ 1 จะมีขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 นี้ ณ สนามกอล์ฟ ไดนาสตี้ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

งานเริ่มขึ้นโดยการแสดงชุดพิเศษ จากศูนย์วัฒนธรรมไทดำ บ้านไผ่หูช้าง

นางวรินทร ทองพูน ประธานชมรมกีฬาและท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ จ.นครปฐม กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของหลายองค์กร เพื่อร่วมมือกันในการผลักดันให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและขับเคลื่อนด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้อย่างแท้จริง ซึ่งจังหวัดนครปฐมประกอบด้วย 7 อำเภอ กิจกรรมนี้ถือเป็นการนำร่องซึ่งสนามกอล์ฟ ฯ แห่งนี้นอกจากใกล้กรุงเทพมหานครแล้ว ยังมีการออกแบบอย่างสวยงาม มีความเป็นธรรมชาติ และมีมาตรฐานได้รับการยอมรับในระดับโลกและพร้อมสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมมอบของรางวัลต่างๆ มากมาย โดยได้รับการสนับสนุนจากทางสนามกอล์ฟและจากองค์กรต่างๆ

ด้านนายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่สำเร็จในการขยายโอกาสให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดนครปฐม ไม่ใช่แค่เรื่องกอล์ฟ แต่สำหรับทุกภาคส่วน นครปฐมมี 7 อำเภอ เราทุกภาคส่วนจะหาทางช่วยเหลือว่าทำอย่างไร จึงจะให้นักท่องเที่ยวเข้ามา เป้าหมายของเราต่อไป เราจะเป็นแนวร่วมในการขับเคลื่อนและขยายโครงการต่างๆ เพื่อสร้างกิจกรรมให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้จะมีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวในแบบการพักค้างคืน อาจจะแบบมาเที่ยว 2 วัน 1 คืน โดยมีการเข้ามาเที่ยว มาพักและมาทานอาหารตามสถานที่ต่าง ๆ ของจังหวัด ซึ่งทางจังหวัดนครปฐมมีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการตลาด ด้านการท่องเที่ยว ด้านวัฒนธรรม

ขณะที่นายสมศักดิ์ ธีรภาพสกุลวงศ์ ประธานสมาพันธ์ เอสเอ็มอี ไทย จ. นครปฐม กล่าวว่า ทางจังหวัดนครปฐมมีความพร้อมในการเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในจังหวัด ซึ่งเอสเอ็มอี ในจังหวัด มีผลิตภัณฑ์ มีร้านอาหาร และสินค้าต่างๆ เรามีสินค้าแบรนด์ระดับประเทศ มีแบรนด์วีแกน และยังมีเอสเอ็มอี อีกหลายพันรายที่ ที่ต้องการการสนับสนุนเพื่อเชื่อมโยงในการสร้างสิ่งใหม่ๆ แก่ชุมชน

นายประสิทธิ์ ภักดีพาณิชพงศ์ ประธานบริหารสนามกอล์ฟไดนาสตี้ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ กล่าวว่า สนามกอล์ฟ ฯ มีความยินดีในการสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอีกทางหนึ่ง
ซึ่งต้องบอกว่า เอสเอ็มอี เป็นเสาหลักของประเทศจริงๆ การก่อร่างสร้างตัวประเทศที่ยิ่งใหญ่และเข้มแข็งได้ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ญี่ปุ่นหรือไต้หวัน ส่วนหนึ่งมาจากเอสเอ็มอีที่มีความมั่นคง ผมดีใจที่เอกชนมาช่วยกันเรื่องนี้ ก็ให้กำลังใจ เรารับรู้กันอยู่แล้วว่า ถ้าหากรัฐบาลไม่ได้หันหน้ามามอง จะเหนื่อยมากๆ แต่ผมจะเป็นกำลังใจให้ ร้านค้าต่างๆ ของตำบล อำเภอ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาอย่างยากลำบาก แต่วันนี้เราได้เห็นแล้วว่า ได้มีองค์กรที่มาช่วยกันดันเอสเอ็มอี ในชุมชนต่างๆของจังหวัดนครปฐมขึ้นมา เรายืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า พร้อมที่จะสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ นี้อย่างเต็มที่และจะสนับสนุนไปถึงกิจกรรมอื่นๆ ในจังหวัดอีกด้วย

ด้านนาง วรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การแข่งขันกีฬากอล์ฟครั้งที่ 1 ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมดีดีที่จะส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้ามาได้ สนามกอล์ฟแห่งนี้เป็นสนามกอล์ฟตัวอย่างที่เป็นที่ชื่นชอบของนักกีฬากอล์ฟระดับโลกที่เข้ามาแข่งขันแล้ว และมีความพร้อมสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยว

การแข่งขันกอล์ฟครั้งที่ 1 เปิดรับสมัครนักกอล์ฟสมัครเล่น ทีมละ 5 ท่านดวลวงสวิง โดยมีค่าสมัครทีมละ 15,000 บาทเพื่อหาทีมชนะเลิศชิงถ้วยรางวัลจาก พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภาซึ่งแบ่งประเภทรางวัลและรางวัลพิเศษดังนี้ ถ้วยรางวัลชนะเลิศ ประเภททีม 1 รางวัล ถ้วยรางวัลชนะเลิศ GROSS SCORE 3 รางวัล ถ้วยรางวัลชนะเลิศ NET SCORE 3 รางวัล ถ้วยรางวัลบู้บี้ 1รางวัล นอกจากนี้ยังมีรางวัลพิเศษ 1รางวัล จากคุณประสิทธิ์ ภักดีพาณิชพงศ์ ผู้บริหาร สนามกอล์ฟไดนาสตี้ฯ เป็นบัตรรับประทานอาหารฟรี ในวันธรรมดาจำนวน 2 รางวัล รางวัลละ4 ท่าน มูลค่ารวมเป็นเงิน 5,600 บาท พร้อมด้วยรางวัลจากผู้ให้การสนับสนุนอีกมากมาย การแข่งขันในครั้งนี้เปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งรายได้จากการจัดการแข่งขันส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้กับผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงในอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ตามความเหมาะสมต่อไป

ภายหลังจากการแถลงข่าว การแข่งขันกีฬากอล์ฟ ครั้งที่ 1 ทางชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ยังได้นำคณะสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมการบริหารจัดการ ศูนย์สุขภาพเชตวัน ศาลายา นครปฐม ซึ่งเปิดอบรมหลักสูตรนวดวัดโพธิ์และบริการนวดแผนโบราณต้นตำรับวัดโพธิ์ โดยมีคุณเสรัชร์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหารให้การต้อนรับ

กรมการท่องเที่ยวประกาศ 14 ต้นแบบที่พักเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กรมการท่องเที่ยวขอแสดงความยินดี 14 ที่พักต้นแบบเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Environmentally Friendly Tourism Accommodation) ประจำปี 2567 เตรียมต่อยอดสร้างจุดขายที่พักรักษ์โลก เสริมสร้างศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยวมีแนวทางส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการที่พักที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ให้มีองค์ความรู้การจัดการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบัน การสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมการจัดการรักษ์โลก โดยจัดอบรมให้ความรู้และตรวจประเมินตามหลักเกณฑ์คุณภาพที่พักเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์จะได้พัฒนาขึ้นสู่การเป็น “ต้นแบบที่พักเพื่อการท่องเที่ยว
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ตามแนวทาง BCG Model เช่น การจัดการขยะของเสียอย่างเป็นระบบ การนำกลับมาใช้ซ้ำ การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณขยะ ลดต้นทุนในการจัดการ และสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย การใช้บรรจุภัณฑ์อาหารจากวัสดุธรรมชาติ การใช้พลังงานหมุนเวียน การออกแบบที่พักเพื่อลดการใช้พลังงาน เป็นต้น

โอกาสนี้ กรมการท่องเที่ยวขอแสดงความยินดีกับสถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน และประกาศผลต้นแบบที่พักเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2567 จำนวน 14 แห่ง ดังนี้

  1. โรงแรม เดอะสุโกศล กรุงเทพ กรุงเทพมหานคร
  2. โรงแรม พูลแมน กรุงเทพ คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร
  3. สยามเบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี
  4. โรงแรมโอโซ่ นอร์ธ พัทยา จังหวัดชลบุรี
  5. โรงแรม เดอะ เบย์วิว พัทยา จังหวัดชลบุรี
  6. โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา จังหวัดชลบุรี
  7. โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา จังหวัดชลบุรี
  8. โรงแรมดุสิตธานี พัทยา จังหวัดชลบุรี
  9. โรงแรมปกาสัย รีสอร์ท จังหวัดกระบี่
  10. โรงแรม ดีวาน่า พลาซ่า กระบี่ อ่าวนาง จังหวัดกระบี่
  11. โรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช จังหวัดกระบี่
  12. โรงแรมเรด จินเจอร์ ชิค รีสอร์ท จังหวัดกระบี่
  13. โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท จังหวัดภูเก็ต
  14. โรงแรม คาลิมา รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันกรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการส่งเสริมและต่อยอดสถานประกอบการด้านที่พักที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ให้เป็นต้นแบบที่พักเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 34 แห่ง และมีแผนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี เป็นการตอกย้ำทิศทางการทำงานของกรมการท่องเที่ยว ในการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความหลากหลาย ภายใต้การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบและสร้างความยั่งยืน

ฟุตบอลการกุศล ทีมรวมดารา VS ทีมวีไอพีทรงธรรม

กิจกรรมเพื่อมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนใน ต.ทรงธรรม จ.กำแพงเพชร ทริปนี้ทีมงานชวน… ปักหมุด … บ้านที่อบอุ่น กาแฟกลิ่นไอดิน Café & Restaurant  ร่วมกิจกรรม การแข่งขันฟุตบอลทรงธรรมคัพ ครั้งที่ 3 การแข่งขันฟุตบอลการกุศลระหว่างทีม วีไอพีทรงธรรมกับวีไอพีรวมดาราจากกรุงเทพฯ ที่จังหวัดกำแพงเพชร เราคงไม่ได้รู้จักกับร้าน กาแฟกลิ่นไอดิน คาฟ่ & เรสเตอรองท์ ที่อบอวลไปด้วยความรักแห่งนี้ …จากถนนใหญ่เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ซอยสุขุมวิท 1 ข้างอนามัยบ้านใหม่ ตำบลท่าขุนราม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สถานที่ตั้งของร้าน กาแฟกลิ่นไอดิน Earthy Coffee  ปัจจุบันมีทั้งกาแฟสดหอมละมุนและซุ้มบริการอาหารในบรรยากาศสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติ งานนี้ได้รับการต้อนรับจากเจ้าของ เป็นอย่างดี นั่นก็คือ พี่โอ๋ เสฏฐวุฒิ นิธิโชคประเสริฐ  เจ้าของร้าน เป็นคนกำแพงเพชร และครอบครัว จัดเตรียมอาหาร เมนูแนะนำ ให้เราได้อิ่มท้องทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

พี่โอ๋ เสฏฐวุฒิ นิธิโชคประเสริฐ

ด้วยความที่ โอ๋ เสฏฐวุฒิ นิธิโชค ชื่นชอบฟุตบอล และยังเป็นหนึ่งในโต้โผสำหรับในการร่วมจัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ณ สนาม โรงเรียนสหวิทยาคม ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อวันก่อน ซึ่งจัดโดย ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.ทรงธรรม ณ สนามฟุตบอล โรงเรียนสหวิทยาคม ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.ทรงธรรม จัดการแข่งขันฟุตบอลการกุศล ทีมรวมดารา VS ทีมวีไอพีทรงธรรม

โดยทีมรวมดาราประกอบไปด้วย ปราโมทย์ แสงศร, ต๊ะ บีมิกซ์ , คิง ก่อนบ่ายฯ, ฝอยทอง เชิญยิ้ม, หรูหรา, ตะวัน และพราดร ณ นคร พิธีกรรายการเที่ยวเป็น Travel Intrend ส่วนทีมวีไอพีทรงธรรมนำโดย นายก อบต เอื้อมพร นอกจากนี้ยังมี นายอิทธิพล มามีเกตุ(พี่จูน) สุดยอดนักพากษ์การ์ตูน มาเป็นผู้บรรยายการแข่นขัน ผลการแข่งขันทีมรวมดาราเอาชนะทีมวีไอพีทรงธรรมด้วยการดวลจุดโทษ และปิดท้ายด้วยการมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนใน ต.ทรงธรรม จ.กำแพงเพชร เป็นการรวมตัวของบรรดากลุ่มเพื่อนๆ ทีมศิลปิน ดารา พิธีกร ไม่ว่าจะเป็น ปราโมทย์ แสงศร , ต๊ะ บีมิกซ์ , คิง ก่อนบ่ายฯ , ฝอยทอง เชิญยิ้ม , หรูหรา , ตะวัน และพราดร ณ นคร พิธีกรรายการ เที่ยวเป็น Travel Intrend ที่นำทีมเพื่อนศิลปินมาร่วมกันเตะฟุตบอลกระชับมิตร ซึ่งเป็นการกุศลที่มอบอุปกรณ์กีฬากับทีมอาวุโส ทรงธรรม 

ใครแวะมาเที่ยวกำแพงเพชรลองมาแวะที่  ร้านกาแฟกลิ่นไอดิน เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด มาเยือนมาสัมผัสกับความอบอุ่นของร้านแห่งนี้กัน วันหนึ่งคงจะเห็นสนามฟุตบอล สนามกีฬาสำหรับเยาวชนในละแวกนี้ การกลับมาบ้านเกิดของครอบครัวนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบริบทของคนที่เคยไปใช้ชีวิตอยู่ในเมือง และพร้อมแล้วที่จะกลับมาพัฒนาบ้านเกิดด้วยหัวใจรักที่ยิ่งใหญ่ … เพื่อเยาวชนและชุมชนของตนเอง

ร้านกาแฟกลิ่นไอดิน Earthy Coffee
ต.ท่าขุนราม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
เบอร์โทร 083 295 5431 , 0909165428

ร้านอยู่ ซอยสุขุมวิท1 ข้างอนามัยบ้านใหม่
พิกัด https://goo.gl/maps/2yzv7sAVmDEjcEmaA

#คาเฟ่กำแพงเพชร
#ร้านอาหารกำแพงเพชร
#kamphaengphet

ติดตามข่าว ข่าววันนี้ การเมือง สังคม ธุรกิจ เศรษฐกิจ ตลาดหุ้น สิ่งแวดล้อม ไลฟ์สไตล์ ดนตรี ศิลปะ ภาพยนตร์